2007/Mar/16

เย้เข็นมันออกมาจนได้ ก็เลยลองเขียนมันออกมาแบบเรื่อยๆ ไม่รู้จะสนุกหรือเปล่าแต่ถ้าใครชอบหรือสนใจอยากเล่มเกมนี้ก็ลองอ่านดูนะ

สำหรับคนที่ชอบเกมนี้แบบที่มันเป็นอยู่แล้วก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ถ้าเราไปทำให้คุณรู้สึกไม่ดีหรือแย่ที่เราเขียนแฟนฟิคแนว yaoi แบบนี้ออกมา = = " แต่เราก็ขอพูดว่าเราเองก็ชอบตัวเกมที่เป็นของมันแบบนั้นนะค่ะ แล้วก็ไม่ได้เล่นเพราะว่าคิดจะมาทำอะไรแบบนี้ เราก็ชอบเกมแบบที่มันเป็นนะแหละ เอาเป็นว่าฟิคพวกนี้มันเป็นความคิดเรื่อยเปื่อยของเราคนเดียวอ่ะค่ะ

คำเตือน : Fanfiction เรื่องนี้เป็นแนว Shonen Ai และอาจมีการสปอย เนื้อหาเกม Fatalframe II / ~Zero~ Akai Chou ในบางส่วน และผู้เขียนไม่ได้เป็นเจ้าของเกมนี้

Title :Yakusoku no Basho

Pairing : ItsukixMutsuki

หลายครั้งชั้นถามว่าใครกันเป็นฝ่ายผิด

พวกเราหรือคนในหมู่บ้าน

ไม่สิ ไม่ใช่

พระเจ้าสิผิด

ที่มอบโชคชะตานี้ให้แก่พวกเรา

ทั้งความดีใจทั้งความเศร้าใจ

ผสมกันจนแยกไม่ออก

ตึกตึก

เสียงฝีเท้าเร่งร้อนของพวกผู้หญิง วิ่งวุ่นไปมาภายในบ้าน สาละวนกับการหยิบสิ่งของเพื่อรีบนำเข้าไปให้ผู้ที่อยู่ภายในห้อง ความเครียดอบอวลอยู่ในบรรยากาศ ทำให้อึดอัดชวนหายใจไม่ออก

ชายหนุ่มเช็ดมือชุ่มเหงื่อเข้ากับชายฮากามะสีดำ ห้องสิบสองเสื่อสองห้องกั้นด้วยทางเดินแคบๆ แต่สำหรับเขาดูห่างไกลราวกับคนละโลก ในเมื่ออีกห้องมีภรรยาของเขาและลูกในท้องที่กำลังจะคลอดอยู่

สงบใจหน่อย ใครคนหนึ่งเอ่ย เสียงแข็งกระด้าง ไม่ได้ตั้งใจจะปลอบโยนมากนัก

ครับ

ซักพักเสียงร้องราวจะขาดใจของผู้หญิงก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงทารกร้องดังลั่น ชายหนุ่มตกใจลุกขึ้นเหมือนกระโดด เขามองไปที่ประตูเลื่อน ตาเบิกกว้างอย่างน่ากลัว

ดะเด็ก

นั่งลงเดี๋ยวนี้ เสียงแข็งกร้าวสั่งเขาอีกครั้ง ชายหนุ่มนั่งลง หน้าซีด

ความเงียบแสนร้ายกาจแทบฉีกร่างเขาออกจากกัน ขณะที่เวลาไหลผ่านไป ก่อนจะสะดุ้งเมื่อประตูหลังเขาเลื่อนออก หญิงรับใช้คลานเข่าเข้ามา ชายหนุ่มคิดว่าเธอคำนับเขาได้เชื่องช้าเหลือเกิน เขาเลื่อนมือเข้าไปรับทารกมาอุ้มแทบจะในทันทีที่อีกฝ่ายเงยศรีษะขึ้น

ขะเขา เสียงแตกพร่าไปหมด

เป็นเด็กผู้ชายค่ะ

เสียงกระซิบดังขึ้นพร้อมกับที่มีการบอกเพศของทารก ผู้เป็นพ่อนั่งอยู่กลางห้อง รอบตัวเขาสายตาของผู้นำตระกูลทั้งสามต่างก็จ้องไปยังทารกที่อยู่ในมือ

เป็นเด็กที่แข็งแรง ห้องทั้งห้องดังลั่นไปด้วยเสียงร้องไห้ของทารกแรกเกิดที่อยู่ในอ้อมอกคนเป็นพ่อ เขาดีใจมาก น้ำเสียงตื่นเต้น

ดูสิครับ เด็กผู้ชาย เขาขยับตัว ประคองทารกอย่างระวัง บางคนในห้องยื่นหน้าไปเล็กน้อยพลางหัวเราะให้กับท่าทางดีใจปนกระดากของชายหนุ่ม

ผมตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้เขาชื่อ ---

ยังไม่ทันจะได้พูดให้จบในสิ่งที่ตั้งใจ เสียงในห้องกลับเอ่ยค้านขึ้น เดี๋ยวก่อน

ชายผมขาวผู้มีท่าทางทรงอำนาจที่สุดในห้องลุกขึ้นยืน เงาสีดำยาวทาบทับลงบนเสื่อทาทามิ รอยยิ้มของคนเป็นพ่อเลือนจากใบหน้า เขาตัวลีบ โค้งศรีษะลงทั้งที่ยังอุ้มทารกไว้

คุโรซาวะซัง

แต่แทนที่คุโรซาวะจะพูดอะไรกับอีกฝ่าย คนที่ลุกขึ้นกลับมองไปยังประตูห้อง บอกให้เงาของสาวใช้อีกคนที่ทางเดินเข้ามา มีเสียงดังครืดเบาๆ พริบตานั้นเสียงร้องไห้จ้าของทารกแรกเกิดในห้องก็ดังเป็นสองเท่า

รอยยิ้มของทุกคนหุบหายไปอย่างรวดเร็ว กรามของคนเป็นพ่อกระตุกค้าง มองตะลึงไปยังทารกที่สาวใช้ผู้มาใหม่อุ้มอยู่

สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวไม่ชวนมอง นัยน์ตาปูดโปนด้วยความขยะแขยง หวาดกลัว

สาวใช้อีกคนคลานเข้ามาเอาทารกคนแรกไปจากมือของเขาที่ตอนนี้อ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวเเรง

ทั้งห้องเงียบกริบ สาวใช้สองคนอุ้มทารก ขยับตัวและก้มลงโค้งคำนับแก่ทุกคนในห้อง

อิซึกิกับมุซึกิ

ชายหนุ่มสะดุ้งตกใจและคนอื่นในห้องก็แทบจะพร้อมกันกับเขา เมื่อจู่ๆ เรียวคัง คุโรซาวะได้พูดขึ้น นั่นคือชื่อฝาแฝดคู่นี้ เข้าใจใช่ไหม

ชายหนุ่มตัวสั่น ตาจ้องเสื่อทาทามิ

จงเลี้ยงดูพวกเขาให้ดี คุโรซาวะกล่าว นี่แหละคือสิ่งที่ตระกูลทาจิบานะจะต้องแบกรับเพื่อหมู่บ้าน ไม่พูดอะไรมากไปกว่านั้น เขาลุกขึ้น เดินออกไปจากห้องโดยมีภรรยาซึ่งเพิ่งจะตั้งครรภ์ได้เพียง 2 เดือนรีบลุกตามไป

คนในห้องต่างค่อยๆทยอยกันเดินออกไป บางคนเหลียวกลับมา ส่งสายตาเศร้าสร้อยให้กับเจ้าบ้านทาจิบานะก่อนจะจากไปเหมือนคนอื่นๆ

ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่กลางห้องคนเดียว สาวใช้สองคนออกจากห้องไปพร้อมทารก

ลูกของเขาลูกชายฝาแฝด

นัยน์ตาสั่นระริก เขาห่อไหล่กอดตัวเองจนต่ำติดพื้น เมื่อความกลัวเข้าครอบงำจนไม่อาจต้านทานได้

แล้วเขาก็ร้องไห้ ตะโกนกรีดร้องในความสิ้นหวัง

.........................

ถ้าชั้นไม่เกิดมานายคงจะมีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่นี้

แสงแดดในตอนเช้า ส่องลอดรอยแยกของประตูกระดาษ เข้าไปในห้องที่มืดทึม เขานั่งไม่ขยับตัวอยู่บนที่นอน ได้ยินเสียงนกร้องเบาๆอยู่ตรงนอกชาน

ลูกตื่นแล้วหรือ มุซึกิ เขาหันไปยังประตูจังหวะเดียวกับที่มันเลื่อนออก ผู้หญิงคนหนึ่งก้าวเข้ามา เธอสวมกิโมโนน้ำเงินเข้มกับโอบิสีแดง มีเส้นผมยาวสยาย เป็นคนสวย กิริยามารยาทเรียบร้อย สมเป็นกุลสตรี

แม่ฮะนี่กี่โมงแล้ว มุซึกิถามเบาๆ เขาเอามือควานใต้ผ้าห่ม รู้สึกว่าที่นอนข้างตัวว่างโหวงเหวง

จวนจะแปดโมงแล้ว พี่ของลูกออกไปเล่นข้างนอกตั้งเเต่เช้า เธอตอบ ยกอ่างทองแดงใบใหญ่ กับผ้าขนหนูเข้ามาในห้อง วันนี้อากาศดี แม่ว่าเปิดประตูดีกว่านะ

เสียงดังครืดไล่ให้นกที่ชานห้อง บินพึ่บพั่บออกไปยังสวนหย่อมที่ระเบียง ข้างนอกมีต้นซากุระต้นใหญ่ กิ่งที่แห้งโกร๋นกับใบสีเขียวซีดตัดกับท้องฟ้าสีครามสดใส ลมเย็นของต้นฤดูใบไม้ร่วงพัดเข้ามาเบาๆ

หนาวจัง มุซึกิห่อไหล่

ลูกล้างหน้าซะนะ เดี๋ยวแม่จะไปยกสำรับเข้ามา เขาตอบรับแม่ที่ลุกออกไป แล้วทุกอย่างก็ดำเนินไปเหมือนหลายวันก่อน เขาล้างหน้าและเช็ดตัว ทานอาหารเช้าบนที่นอน มีแม่นั่งคุยเป็นเพื่อนเหมือนทุกวัน แล้วพอเขากินเสร็จก็จะมีเสียงฝีเท้า

อิซึกิ แม่บอกว่าอย่าวิ่งตรงทางเดินไง! แม่พูดเสียงดังแต่ฟังไม่น่ากลัว ประตูห้องเลื่อนออกอย่างรวดเร็วจนคนที่วิ่งมาเปิดตัวเซ

แม่ฮะ มุซึกิตื่นหรือยัง!? อิซึกิวิ่งพรวดเข้ามาในห้อง นั่งลงหน้าฟูกของมุซึกิ และเริ่มเล่าว่าเมื่อเช้าเขาไปไหนมาบ้าง มุซึกิซ้อนชามข้าวและส่งถาดสำรับให้แม่ที่จะลุกออกไป หูของเขาฟังเรื่องที่อิซึกิเล่าไปด้วย

วันนี้แอบออกไปนอกประตูชินโตด้วยล่ะ อิซึกิกระซิบแม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะอยู่กันตามลำพังแล้วก็ตาม ออกไปกับพวกเพื่อนๆ เลยไปถึงลำธารในป่า

พี่ออกไปนอกหมู่บ้านเหรอ? มุซึกิทำตาโต เขาเองก็พลอยพูดกระซิบไปด้วย ถ้าท่านพ่อรู้ล่ะก็แย่แน่

ไม่มีใครเห็นพวกเราหรอกน่า อิซึกิพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

อือ มุซึกิรับในคอ เล่าต่อสิ

อิซึกิเล่าต่อ โดยมีมุซึกิฟังอย่างตั้งใจ ทั้งเรื่องเล่นซ่อนหาในป่า เรื่องวิ่งไล่จับ เรื่องที่พวกเขาเก็บหินสีแปลกๆมาสะสมกัน

แล้วพอไปเล่นที่ลำธาร พี่กับเพื่อนอีกคนแกล้งเดินไปข้างหลังแล้วผลักหมอนั้นตกน้ำตูมเบอเริ่มเลย

อิซึกิหัวเราะจนตัวงอ ส่วนมุซึกิเพียงแต่ยิ้ม ต้องโกรธพี่จนควันออกหูแน่

จริงของนาย ตอนนี้ยังไม่ได้ไปขอโทษเลย

ฝาแฝดสองคนพูดคุยและหัวเราะกัน เป็นภาพแปลกตา เหมือนคนกำลังพูดกับตัวเอง พวกเขาสองคนเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว นัยน์ตาเป็นสีดำเหมือนกัน ผิวขาวเหมือนกัน เส้นผมสีดำสนิทของทั้งคู่ระคอเหมือนกัน สวมยูกาตะสีเดียวกัน

พวกเขาเป็นฝาแฝดกัน

แล้วเช้านี้เป็นไงบ้าง

แต่ว่า

ก็ดีนะ เพราะไม่มีไข้แล้ว

พวกเขาก็ไม่เหมือนกัน

อิซึกิเป็นเด็กร่าเริงมีเพื่อนมากมาย ร่างกายแข็งแรงและมักผลาญพลังงานส่วนใหญ่ไปกับการเล่นสนุกแบบเด็กผู้ชายคนอื่นๆ แต่ในทางกลับกัน มุซึกิกลับเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด ร่างกายอ่อนแออมโรคมาแต่ไหนแต่ไร ชีวิตวัยเด็กของมุซึกิมักปิดตายอยู่ในบ้าน ในห้องนอนและในที่นอนของเขาเอง

จริงเหรอ ดีจัง อิซึกิยิ้ม ถ้างั้นเดี๋ยวออกไปกันไหม? ไปหาสองคนนั้นไง

เอ๊ะเอ่อ มุซึกิอึกอัก ท่านแม่จะให้เหรอ

ไม่เป็นไรหรอก ก็มีชั้นไปด้วยไง อิซึกิยิ้ม เขามักมีความมั่นใจสูงกว่าคู่แฝดของตนเสมอ นายลุกขึ้นเหอะ ชั้นจะช่วยเก็บที่นอน

สิบนาทีต่อมาพวกเขาสองคนก็มาเดินอยู่ตรงทางเดินหน้าห้องพรม ที่ชั้นหนึ่งของบ้าน

ลูกจะออกไปข้างนอกอีกหรือ แม่ของพวกเขาที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะเตี้ยสี่ขาถามขึ้น เมื่อ

อิซึกิเดินเข้ามาในห้อง

ฮะ จะไปบ้านคุโรซาวะ เขาตอบ ก่อนจะเกร็งขึ้นมา เมื่อสังเกตเห็นว่าพ่อของพวกเขาก็นั่งอยู่ด้วย เอ่อมุซึกิก็จะไปเหมือนกัน

ท่านแม่ดูตกใจ เมื่อมุซึกิโผล่หน้าออกมา

ผมไปได้ไหมฮะ เขาถามอย่างมีความหวัง

ให้ไปเถอะฮะ วันนี้มุซึกิอุตส่าห์อาการดี อิซึกิช่วยพูดอีกแรง แม่ของพวกเขาอึกอัก ส่งสายตาไปหาสามีของเธอที่นั่งไม่พูดไม่จา

อยากจะทำอะไรก็ทำเถอะ พ่อตอบ ไม่ได้หันมามองลูกชายเลย

มุซึกิหน้าสลด แต่วินาทีต่อมาเขาก็โดนมือของอิซึกิดึงให้เดินออกจากห้องไปที่ประตูหน้า เสียงของแม่ตะโกนตามหลัง อิซึกิดูแลน้องให้ดีด้วยนะ!

หมู่บ้านมินาคามิเป็นเสมือนสถานที่ซึ่งโดนแช่แข็งอยู่ในกาลเวลา

ประเพณี วัฒนธรรม การดำเนินชีวิต และการติดต่อสื่อสารจากภายนอกแทบจะไม่มีเล็ดลอดเข้ามาแม้แต่น้อย ชาวหมู่บ้านมีชีวิตอยู่ด้วยความสมถะ ปลูกผักเลี้ยงชีพวันต่อวัน ไม่คาดหวังอะไรนอกจากการลืมตาตื่นขึ้นและนอนหลับด้วยท้องที่อิ่ม

การดำรงอยู่ของหมู่บ้าน เพียงเพื่อสืบทอดพิธีกรรมโบราณที่มีมายาวนาน ซึ่งกระทำโดยหัวหน้านักบวชของตระกูลผู้นำ 4 ตระกูล คือ คุโรซาวะ ทาจิบานะ โอซาก้า และคิริว ซึ่งทั้งหมดถือเป็นกลุ่มคนสำคัญ พวกเขาจะแตกต่างจากชาวบ้านทั่วไป ทั้งในด้านฐานะความเป็นอยู่และอำนาจที่มี

สวมนี่ด้วยสิ อิซึกิพูดขณะยืนอยู่หน้าบ้าน เขายื่นโฮริเอะสีน้ำเงินเข้มให้มุซึกิที่รับไปสวมทับลงบนยูกาตะสีขาวของเขา

ไปกันเหอะ

พวกเขาเดินผ่านหน้าบ้านแล้วเลี้ยวขวาไปตามทางลาด

ในหมู่บ้านมินาคามิตระกูลที่มีอำนาจสูงสุดใน 4 ตระกูล คือตระกูลคุโรซาวะ เจ้าบ้านคนปัจจุบัน เรียวคัง คุโรซาวะ มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน ความมีอำนาจ แปลกแยกเห็นชัดจากการที่บ้านคุโรซาวะตั้งอยู่ด้านบนของหมู่บ้านและขวางกั้นด้วยสระน้ำขนาดใหญ่ มีสะพานที่มีชื่อเรียกว่า สะพานผี คอยเชื่อมต่อกับภายนอก

ถนนที่เชื่อมต่อกับสะพานผีจะเป็นที่ตั้งของอีกสามตระกูล โดยบ้านทาจิบานะและบ้านคิริวอยู่ตรงข้ามกัน เชื่อมต่อถึงกันด้วย สะพานฟ้า (ระเบียง) และ สะพานดิน (ทางใต้ดิน) ส่วนบ้านโอซาก้านั้นจะสร้างแยกออกไปเล็กน้อย

อิซึกิกับมุซึกิเดินลงไปตามทางลาดของถนน คิริว-ทาจิบานะ อิซึกิเดินไปพร้อมกับเอี้ยวคอหันกลับไปมองข้างหลัง

มีอะไรเหรอ มุซึกิมองอีกฝ่าย พี่มองระเบียงทำไมน่ะ?

นั่นเขาเรียก สะพานฟ้า อิซึกิบอก มองไปยังทางเดินหลังคาที่เชื่อมบริเวณชั้น 2 ของบ้านคิริวและทาจิบานะเข้าด้วยกัน

แล้วมันไม่ใช่ระเบียงหรือไง มุซึกิงึมงัม

พี่เคยลองข้ามด้วยล่ะ อิซึกิว่า เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ยิน แต่ว่าประตูอีกด้านมันล๊อคอยู่

เพราะบ้านมันร้างน่ะสิตระกูลคิริวล่มสลายไปแล้ว พี่ก็รู้นี่?

เพราะรู้น่ะสิ ถึงได้สงสัยว่าทำไมถึงต้องปิดตายไว้ด้วย

เด็กทั้งคู่เดินมาถึงประตูไม้บานใหญ่ ที่ดูสูงทะมึนน่ากลัว พวกเขาเปิดมันไปยังอีกฟากและเดินข้ามสะพานผีที่ทอดตัวอยู่เหนือห้วงน้ำ

บ่อนี่มันลึกแค่ไหนกันนะ มุซึกิเปรย ตามองผิวน้ำที่คลื่นไหวเป็นระลอก ดูลุ่มลึก มองไม่เห็นก้นสระ

กลัวเหรอ อิซึกิแหย่ รู้ไหมเมื่อก่อนเคยมีผู้หญิงจมน้ำตายในนี้ด้วย

มุซึกิตัวเเข็ง อิซึกิจึงหัวเราะแล้วรีบบอกว่า ชั้นล้อเล่นน่า

อีกฝ่ายหน้าแดง แล้วมองเขาด้วยสายตาขุ่นเคือง ไม่เห็นตลกตรงไหนเลย มุซึกิออกวิ่งนำหน้าพี่ตัวเอง

เดี๋ยว! มุซึกิ! อย่าวิ่ง อิซึกิตะโกน เสียงของเขาทำให้ใครคนหนึ่งที่อีกฟากของสะพานหันมามอง

ยาเอะตะโกนเรียกทั้งสองคนจากหน้าประตู

อิซึกิคุง! มุซึกิคุง! เธอโบกมือ ทางนี้ๆ

อิซึกิวิ่งข้ามมาทันมุซึกิที่ตอนนี้ก้มหน้า ยืนหอบ

พวกเรานึกว่าเธอสองคนจะไม่มาซะแล้ว! เสียงที่เหมือนกันพูดพร้อมกันทำให้ดังเป็นสองเท่า

อิซึกิยิ้มให้เด็กผู้หญิงตรงหน้าเขาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองมุซึกิด้วยสายตาเป็นห่วง

บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าวิ่งน่ะ เขาเอามือลูบหลังอีกฝ่าย ค่อยๆหายใจนะ

ไม่เป็นไรใช่ไหม มุซึกิคุง คราวนี้ซาเอะเป็นคนพูด ไหวหรือเปล่า

มุซึกิเงยหน้ายิ้มให้อีกฝ่ายด้วยใบหน้าซีดเซียว ก่อนตอบว่า ชั้นไม่เป็นไร

เขาสองคน อิซึกิกับมุซึกิ ยิ้มให้กับเพื่อนสนิทที่สุดของพวกเขา ซาเอะกับยาเอะ ลูกสาวฝาแฝดของเรียวคัง คุโรซาวะ

มาสิ เข้าไปในบ้านเถอะ ยาเอะชวน ก่อนเธอจะเดินจูงมือกับซาเอะผ่านประตูไป

อิซึกิและมุซึกิ ยาเอะและซาเอะมีอายุไล่เลี่ยห่างกันไม่ถึงหนึ่งปี และทั้งสี่คนยังเป็นฝาแฝดเหมือนกัน สำหรับหมู่บ้านมินาคามิที่มีเด็กเพียงหยิบมือแล้ว ทั้งสี่คนจึงโตมาด้วยกัน ในฐานะที่เป็นทั้งเพื่อนเล่นเพื่อนคุย

ยาเอะกับซาเอะเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน ตั้งแต่หน้าตาไปจนกระทั่งการปัดของปอยผม เธอสองคนมีผมและนัยน์ตาสีดำ ผมตัดสั้นระต้นคอ ผิวขาว ดูบอบบาง พวกเธอมักสวมกิโมโนสีขาวและคาดโอบิสีม่วง สวมรองเท้าฟาง

ยาเอะกับซาเอะเป็นคู่แฝดที่เรียกได้ว่าใกล้ชิดกัน มากกว่าที่มุซึกิกับอิซึกิเป็นอยู่ซะอีก ถึงแม้นิสัยของทั้งสองคนจะต่างกันก็ตาม

ยาเอะเป็นแฝดคนพี่ เธอเป็นคนเข้มเเข็งกว่าซาเอะทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ ทำให้บางครั้งเธอก็ทำอะไรไม่สมกับเป็นผู้หญิง ในขณะที่ซาเอะเป็นคนเงียบเรียบร้อย เคารพกฏและเชื่อฟังพ่อของเธอมากกว่าใครๆในบ้าน

แต่นิสัยที่ต่างกันไม่ได้สร้างช่องว่างอะไรให้กับทั้งคู่เลย แม่ของยาเอะกับซาเอะตายไปตอนที่คลอดทั้งคู่ออกมา ทั้งสองคนจึงโตมาโดยไม่เคยห่างกันแม้แต่ก้าวเดียวภายใต้การดูแลของเรียวคัง คุโรซาวะ

ซาเอะกับยาเอะเหมือนมีความสุขที่ได้ทำทุกอย่างด้วยกัน

พวกเธอมักพูดออกมาพร้อมกันด้วยเสียงเดียวกันโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ หรือไม่ก็ต่อหรือจบประโยคให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

บางครั้งอิซึกิก็แอบหัวเราะกับเรื่องพวกนี้ เพราะเขามองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ

ไปเล่นในห้องตุ๊กตาดีกว่านะ ยาเอะกล่าว ขณะที่กลุ่มเด็กๆ กำลังเดินอยู่ตรงทางเดินรอบสวนหย่อม ข้างนอกห้องโถงใหญ่ของบ้านคุโรซาวะ จากตรงนี้มีบันไดเชื่อมต่อไปยังชั้นบนที่มีห้องรับแขก และห้องตุ๊กตาฮินะอยู่

เล่นตุ๊กตาเหรอ? อิซึกิคิด ขณะเดียวกันก็รู้สึกเลี่ยนในคอแปลกๆ

บ้านคุโรซาวะใหญ่และลึกลับซับซ้อนกว่าบ้านทาจิบานะมากนัก แม้ว่าเขาจะเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้วแต่ก็ยังไม่กล้าเดินไปไหนมาไหนคนเดียว ด้วยเหตุที่ว่าบางจุดของบ้านนี้มีเขตห้วงห้ามสำหรับคนนอกอยู่ เขาไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน แต่ยาเอะเคยบอกว่ามันเป็นที่สำหรับประกอบพิธีของหมู่บ้าน แม้แต่เธอกับซาเอะเองก็ห้ามเข้าไป

พวกเขามาถึงห้องตุ๊กตาและนั่งเล่นกันอยู่ในนั้น โดยที่อิซึกิไม่ค่อยรู้สึกสนุกเท่าไหร่

มุซึกิคุงเก่งจังเลย ซาเอะพูดด้วยน้ำเสียงทึ่ง พลางมอง กองนกกระเรียนจำนวนมาก

ที่มุซึกิพับขึ้นมาจากกระดาษหลากสี มุซึกิพับได้เร็วมากจริงๆ เขาพับไป 8 แล้วในขณะที่ซาเอะกำลังเริ่มตัวที่ 3

นิ้วของมุซึกิคุง ขยับได้คล่องนะ ยาเอะพูดขึ้นบ้าง เธอกำลังเล่นตุ๊กตาจักรพรรดินีที่ยกลงมาจากชั้น อิซึกิถือตัวจักรพรรดิอยู่ และถ้าไม่อยู่ในสายตาเจ้าของตุ๊กตาหรือยาเอะแล้ว เขาคงจะขว้างมันทิ้งไปทันที

ชั้นคงจะเก่งแค่เรื่องนี่น่ะ มุซึกิหัวเราะขื่นๆ

อึดใจหนึ่งอิซึกิหันไปมองน้องของเขาอยู่เป็นนาน โดยที่มุซึกิกำลังจดจ่อกับการพับกระดาษจนไม่ได้สนใจเขา อิซึกิหันกลับมาคุยกับยาเอะ

ยาเอะจัง เขาลดเสียงเรียกอีกฝ่าย ชั้นมีเรื่องอยากจะถามหน่อย

ยาเอะจับน้ำเสียง เธอวางตุ๊กตาในมือแล้วกระซิบถามว่า อะไรเหรอ

ตาของอิซึกิตวัดไปมองมุซึกิกับซาเอะที่ยังคงง่วนกับนกกระเรียนแล้วก็กลับมามองที่ยาเอะ ถามว่า เธอรู้เรื่องที่บ้านคิริวล่มสลายใช่ไหม? เมื่อยาเอะพยักหน้า เขาถามต่อว่า ชั้นอยากรู้ว่าตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้น

ยาเอะเงียบอึ้งไปชั่วอึดใจ สายตามองกลับไปที่อีกฝ่ายเหมือนจะถามว่า จะอยากรู้ไปทำไม อิซึกิรู้สึกรำคาญจนเขาต้องมองไปทางอื่น

ชั้นไม่รู้หรอก มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่

อิซึกิเลิกคิ้ว แล้วพูดว่า ไม่อยากเชื่อว่านั้นออกมาจากปากเธอ

พูดแบบนั้นหมายความว่าไง เสียงของยาเอะเข้มขึ้น ชั้นจะไปรู้ได้ยังไงในเมื่อ ตอนนั้นพวกเรา 4 คนยังไม่เกิดด้วยซ้ำไป

อิซึกิเงียบ ยาเอะพูดถูก บ้านคิริวล่มสลายไปเกือบจะ 10 ปีแล้ว ยาเอะมองเขาอย่างเคืองๆ แล้วเธอก็พูดว่า

แต่ชั้นรู้อยู่อย่างหนึ่งนะ อิซึกิเงยหน้ามองยาเอะ พูดคำว่าอะไรออกไปอย่างรวดเร็ว จนเขาต้องรับสายตาน่ารำคาญใจกลับมาเต็มๆอีกรอบ ยาเอะเริ่มพูด

เกี่ยวกับตุ๊กตาพวกนี้น่ะ ยาเอะยกจักรพรรดินีของเธอมาวางบนตัก นี่เป็นของขวัญที่เจ้าบ้านคิริวมอบให้ท่านพ่อกับท่านแม่ในวันแต่งงาน

แล้วยังไง อิซึกิถาม รู้สึกงุนงง

ตุ๊กตาพวกนี้ คิริว โยชิทะสึ เจ้าบ้านคิริวเป็นคนทำขึ้นเอง

เธอหมายความว่าเจ้าบ้านคิริวเป็นช่างทำตุ๊กตางั้นหรือ

ไม่ใช่แค่ช่างทำตุ๊กตาธรรมดาหรอก ทาจิบานะ อิซึกิคุง คิริว โยชิทะสึ เป็นสุดยอด

ปรมจารย์ช่างทำตุ๊กตา น้ำเสียงไม่คุ้นหูดังขึ้นภายในห้อง อิซึกิกับยาเอะหันไปมองที่ประตูพร้อมกัน และเช่นกันกับมุซึกิและซาเอะที่วางกระดาษในมือลง

ท่านพ่อ ซาเอะพูดขึ้นเป็นคนแรก โค้งศรีษะลงเคารพบิดา ทุกคนที่เหลือเห็นและทำตามเธอ

เผอิญชั้นได้ยินตอนอยู่ในห้องรับแขกน่ะ เรียวคังพูดออกมา เหมือนจะบอกว่าเขาไม่ได้แอบฟังพวกเด็กๆคุยกัน ซาเอะกับมุซึกิมองหน้ากันอย่างงุนงง

ยาเอะ ลูกไม่ควรพูดจาฟื้นฝอยหาตะเข็บอีก ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องของตระกูลอื่นก็ตาม

ขออภัยด้วยค่ะ ยาเอะโค้งลงต่ำจนหน้าผากติดพื้น อิซึกิมองเธอ ก่อนจะรีบพูดว่า

เธอไม่ผิดหรอกครับ ผมเป็นคนที่อยากรู้จนถามเธอ

คราวนี้เรียวคังหันมามองอิซึกิ ที่นับว่าพยายามได้ดีมากในการไม่หลบตาอีกฝ่าย

ความอยากรู้ไม่ถือว่าผิด เรียวคังพูดเสียงนุ่ม แต่มันทำให้ขนที่ต้นแขนของอิซึกิลุกชัน เจ้าบ้านคุโรซาวะเดินมาใกล้แล้วใช้มือลูบหัวอิซึกิ หลังจากนั้นเขากล่าวลาพวกเด็กๆ และขอตัวกลับไปที่ห้องเจ้าบ้าน

พี่กับยาเอะจังคุยอะไรกันน่ะ มุซึกิถาม ทันทีที่เรียวคังเดินออกไป ข้างๆเขาซาเอะที่นั่งอยู่ก็ส่งสายตาเป็นคำถามอย่างเดียวกัน

เมื่อครู่ท่านพ่อโกรธพี่หนูดูออก ซาเอะว่า

เรื่องนั้นไม่ว่าใครก็ดูออก ซาเอะ ยาเอะตอบอย่างเหนื่อยใจ เธอมองอิซึกิที่กำลังเอามือกอดตัวเองไว้แน่น

ตัวเขาสั่นไม่หยุด

ไม่เป็นไรนะ? ยาเอะถาม มองอิซึกิด้วยสายตาเป็นห่วง เมื่ออีกฝ่ายเพียงแต่ตอบเธอเบาๆว่า

อืมชั้นไม่เป็นไร

เวลาที่เหลือจากนั้น มุซึกิรู้สึกได้ว่าพี่ของเขาห่อเหี่ยว พวกเขาจึงอยู่ต่อไม่นาน

ยาเอะกับซาเอะเดินออกมาส่งพวกอิซึกิที่สะพานผี และออกปากชวนให้พวกเขามาอีก

งั้นเจอกันพรุ่งนี้ ไม่สิ เร็วๆนี้ อิซึกิว่า ก่อนจะหันหลังออกเดิน มุซึกิตามมาและเดินข้างเขา

พี่ เป็นอะไรไปน่ะ มุซึกิถาม ทำไมดูเงียบจัง ฝีเท้าของพวกเขาทำให้สะพานผีส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด สลับกับเสียงโคลงของคลื่นน้ำในสระ

พี่คงไม่สบายน่ะ อิซึกิพูดเบาๆ สีหน้าไม่สู้ดี รีบกลับกันเถอะ

พวกเขาเดินจูงมือโดยไม่พูดอะไรกันอีกตลอดทางกลับบ้านที่เหลือ แต่มุซึกิก็รู้สึกได้ว่ามือของพี่ที่เขากุมอยู่ในตอนนั้นมันช่างเย็นเยียบเหลือเกิน

TBC...

ลงแค่นี้ก่อนเดี๋ยวหมดสต๊อก (ที่เหลือเผื่อไว้ช่วงดอง) อ่ะ ฮะๆ เนื้อเรื่องค่อนข้างจะออกทะเลในบางช่วง ไม่ค่อยได้ตามเกมเท่าไหร่นะค่ะ แต่ก็พยายามจะอิงกะมันอ่ะนะ ถ้ามีอะไรอยากชี้แนะ ด็คอมเม้นต์ได้ตามสบายเลย ^^

เกี่ยวกับเรื่องนี้...บอกตามตรงว่าจิ้นไว้ค่อนข้างยาว (นั้นคือจะเขียนจบหรือเปล่าไม่รู้นั้นเอง) เป็นโครงเรื่องที่คิดไว้นานมาก (ตั้งกะอยู่ม.5) ความจริงเราไม่ชอบเลยที่ตัวเองดันไปบ้าคู่ อิซึxมุซึ เอาช่วงนั้นเพรามันจะเอนท์เลยเขียนไม่ได้ แล้วมันก็เป็นอะไรที่ทรมานมากที่ไม่ได้เขียนแล้วพอจะมาเขียนเอาตอนนี้ความบ้าก็ลดลงไปเยอะมาก โครงเรื่องที่จิ้นไว้ก็ลืมไปเยอะ ที่แย่ที่สุดคือช่วงนี้แม้แต่คู่ของอีกภาคอย่างเคย์ X มาฟุยุ ที่ตัวเองกรื๊ดว่าชอบนักชอบหนาก็ยังเขียนไม่ออกเพราะความบ้าที่ลดลงฮวบฮาบ (ม่ายยน้า!!!)

ดูรูปเล็กน้อยเพื่อจินตนาการอันบรรเจิด

สะพานเชื่อม คิริว-ทาจิบานะ

ตัวละครก็

อิซึกิ

ซาเอะ

มุซึกิ

ยาเอะ

โอ้ว รูปสองคนหลังเบลอสุดชีวิต แต่ตอนที่เราเล่นแล้วถ่ายรูปมุซึกินี่ แอบคิดว่าหล่อมากนะ แล้วก็แอบงงด้วยว่าทำไมหน้าไม่ค่อยเหมือนอิซึกิเลย? = ="(รูปมันไม่ชัดแต่ถ้าดูในเกมจะค่อนข้างกรื๊ดอยู่) แอบคิดด้วยว่าหน้าเหมือนจะเข้มแบบเมะ ทำไมเวลาเจอลิงค์แบบ coupleส่วนมากมุซึกิจะได้เป็นเมะทุกทีเพราะเหตุนี้หรือเปล่าก็น่าคิดนะ แต่เราจับทำเคะไปเรียบร้อยแล้ว เพราะงั้นเลยเป็นอันจบข่าว



edit @ 2007/03/28 21:06:49
edit @ 2007/03/28 21:29:01
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
กร้ากกกกกกกก ได้เม้นท์เป็นคนแรกล่วย(เท่าที่เห็น) ชอบๆ สนุกดี แต่ทำไมรูปตัวละครสองคนหลัวมันหลอนนักฟระ- -"
#1  by  ทานุขนฟู At 2007-03-28 23:05, 
โอ้ว...........
เราว่ามันก็เป็นฟิคที่ดีอะนะ ถ้าอ่านไปเรื่อยๆ ก็คงจะชัดเจนมากกว่านี้สำหรับคนที่ไม่ได้เล่นเกม(อย่างเราเป็นต้น)

ภาษาของในฟิคก็ดีอยู่แล้วอะ (หรือก็คือไม่มีอะไรให้เม้นท์) ก็คงบอกได้แค่ว่า Keep up good work แล้วก็อยากให้ทำเรื่องให้มันชัดกว่านี้ (คือแต่งเพิ่มซะ) นะจ๊ะ แค่นี้แหละ
#2  by  PerFectZeaL (58.8.153.122) At 2007-03-28 23:23, 
เอิ้วว ลงฟิกในที่สุดนะแป้งง\\*3*//
เม้นอีกทีละกันนะ(หลังจากที่อ่านไฟล์เวิร์ดไปล่วงหน้า^^) เรียกว่าอ่านแล้วไหลลื่น ไม่สะดุด สนุกมั่ก>w<~ (สำหรับคนที่ไม่ได้เล่นอย่างเราก็อ่านแล้วเห็นภาพชัดเจนดี) ไว้จะตามจิกมาอ่านต่อนะแป้ง~(=w=)~
แต่เราจับทำเคะไปเรียบร้อยแล้ว เพราะงั้นเลยเป็นอันจบข่าว<--- 55555\\=w=//
อยากเห็นมุซึกิชัดๆอ่ะแป้ง จะเข้มกว่าอิซึกะขนาดไหนน้า~(=///=)
#3  by  SenRitSu At 2007-03-29 21:07, 
สาหวาดดีอ่าแป้ง
เราว่ามันสนุกดีอ่าอ่านแล้วน่าติดตามโห้ๆ
และเราก็เปงอีกคนที่ไม่เคยเล่นเกมส์นี้อ่ะอาจจะไม่เข้าใจในสภาพบางอย่างโห้ๆ
((ที่สำคัญอ่านแล้วปวดตาดีอ่ะ))
แล้วมาลงอีกเยอะน่ะๆๆๆ
ชอบๆๆสนุกๆๆ
จารอๆ
#4  by  เพื่อนแกอ่ะ (203.113.37.8) At 2007-04-19 21:51, 

<< Home